วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บัญญัติ 8 หนีโรคเครียดการเมือง

1. หันเหความสนใจไปเรื่องอื่นโดยหลีกเหลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเมือง ปิดรับข่าวสารการเมืองทุกชนิดแล้วเปิดไปดูละครทีวี(ทั้งน้ำเน่าและน้ำดี) เพื่อความบันเทิงเริงใจไปก่อน

2. ลดความสำคัญของปัญหาลงมาชั่วขณะ ให้ความสำคัญกับเรื่องเร่งด่วน ตามหลักอื่นๆบ้าง

3. หาทางระบายออกโดยเลือกผู้ที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน

4. ออกกำลังกายและพักผ่อน โดยพยายามทำสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอขึ้น

5. ฝึกวิชาผ่อนคลายตัวเอง เช่น ฝึกสติและสมาธิ ฝึกโยคะ ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น การกำหนด ลมหายใจเข้า - ออก

6. หันหาวิธีการที่ทำให้สงบ อาจจะใช้ศาสนามาช่วยขัดเกลาจิตใจ เพื่อปล่อยวาง โดยการหาทางพัฒนาจิตใจให้มีภูมิคุ้มกันเช่นหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด ซึ่งอาการดังกล่าว จะหายไปได้เอง เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง หรือละความสนใจในเรื่องอื่นบ้าง

7.ใช้ยาช่วยตามอาการ เช่น ยาคลายเครียด ยานอนหลับ ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งให้

และ8 .หากมีอาการทั้งหมดเกินกว่า 1 สัปดาห์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาหรือจิตแพทย์

ที่มา http://www.panyathai.or.th

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ภาวะเหงื่อออกบริเวณฝ่ามือและรักแร้มากกว่าปกติและการรักษา (Hyperhidrosis)

ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ บริเวณมือและรักแร้ เป็น ภาวะที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกและไม่สบายใจอย่างมากกับผู้ป่วย เนื่องจากจะทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกไม่สะดวกในการออกสังคมและใช้ชีวิตได้ อย่างปกติสุข ผู้ป่วยจะมีเหงื่ออกมากผิดปกติ บริเวณรักแร้และฝ่ามือซึ่งเปียกมากกว่าคนปกติโดยทั่วไป ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่สบายใจ และมีความกังวลอย่างมากต่อการออกสังคม

ภาวะดังกล่าวเป็น กลุ่มอาการที่เกิดจากมีการทำงานที่มากกว่าปกติของระบบประสาทที่ควบคุมการทำ งานของต่อมเหงื่อ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของต่อมใต้สมอง โรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวาน วัณโรค มะเร็งเม็ดโลหิตขาว ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติที่เรียกว่า pheochromocytoma แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ภาวะดังกล่าวพบได้ประมาณ 1% ของประชากรโดยรวม และมักจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงภาวะแวดล้อมภาย นอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความเครียด การตื่นเต้นตกใจ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีเหงื่อออกมาผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณ ใบหน้า ศรีษะ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือ รักแร้

การรักษาความผิดปกติดังกล่าวมักให้การรักษาทางยาเป็นหลัก ซึ่ง ยาที่ใช้มักจะเป็นยาในกลุ่มที่ลดการขับเหงื่อ ยาที่มีคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขน หรือยาที่ใช้ดูดซับเหงื่อ การรักษาดังกล่าวมักจะเป็นการรักษาชั่วคราว และมักเกิดผลแทรกซ้อนขึ้น เช่น มีการระคายเคืองผิวหนังเมื่อมีการใช้นานๆ มีการอุดตันของรูขุมขน หรือภาวะแทรกซ้อนของการใช้ยาอื่นๆ เช่น ปากแห้ง การมองเห็นภาพที่ผิดไปจากปกติจากยาในกลุ่มที่ลดการขับเหงื่อ

การรักษาอีกวิธีที่ให้ผลการรักษาได้ดีมากในระยะยาว ผู้ ป่วยไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลนาน โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังการผ่าตัดภายใน 2 วัน และมีภาวะแทรกของการรักษาน้อยมาก คือการผ่าตัดส่องกล้อง เพื่อเข้าไปแยกเส้นประสาทที่ควบคุมการขับเหงื่อบริเวณรักแร้และฝ่ามือ ซึ่งอยู่ภายในช่องเยื่อหุ้มปอด การผ่าตัดด้วยวิธีดังกล่าวผู้ป่วยจะมีแผลขนาดเล็กมาก เพียงประมาณ 1 ถึง 2 เซ็นติเมตรเพียงแผลเดียว บริเวณใกล้รักแร้ ศัลยแพทย์ทรวงอกที่ทำการผ่าตัด จะสอดกล้องที่มีเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปในช่องปอดเพื่อทำการแยกเส้นประสาท ดังกล่าว

โดยขณะทำการผ่าตัดผู้ ป่วยจะหลับภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัดเป็นอย่างดีตลอดเวลา รวมถึงมีการติดตามผลการผ่าตัดระหว่างที่ผู้ป่วยหลับ เพื่อให้แน่ใจว่าการผ่าตัดจะให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมากที่สุด ระยะเวลาในการผ่าตัสั้น และเมื่อตื่นขึ้นมาหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะเจ็บแผลน้อยมาก หลังผ่าตัดก็จะไม่มีสายระบายอื่นใดนอกจากสายน้ำเกลือ จึ่งจะถอดออกได้ในวันเดียวกันหลังจากผู้ป่วยสามารถทานอาหารได้ตามปกติ การรัษาด้วยวิธีดังกล่าวนับเป็นวิวัฒนาการของการรักษาภาวะเหงื่อออกมากที่ ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าดีที่สุด มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก และให้ผลการรักษาในระยะยาวสูงสุด

image image
ภาพแผลผ่าตัด ภาพขณะผ่าตัด

นายแพทย์ โชคชัย สุวรรณกิจบริหาร

ที่มา http://www.bangkokhealth.com/index.php/2009-01-19-03-09-14/1568--hyperhidrosis